ศูนย์การเรียนรู้จีนศึกษาบรมราชกุมารี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

<< Back

" มุ่งไกลในรอยทราย วันพุธที่ 18 เมษายน 2533 "


(น.278) รูป 175. ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอูหลู่มู่ฉี
On the way to Urumqi National Museum.

(น.279) พุธที่ 18 เมษายน 2533
วันนี้ตื่นขึ้นมา 9.00 น. (เวลาปักกิ่ง) นอนได้ 6 ชั่วโมง นับว่าไม่เลวนักหรอก เพราะได้นอนมากที่สุด ตั้งแต่เดินทางมาจีน 10.30 น. นัดรับประทานอาหารเช้า เวลารับประทานโดยไม่มีงานเลี้ยง ไทยรับประทานกับไทย จีนรับประทานกับจีน 11.30 น. ไปพิพิธภัณฑ์ ศาสตราจารย์มู่นั่งไปด้วย รถผ่านสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลาม โรงพยาบาลเววูเอ๋อร์ ข้าพเจ้าสงสัยว่าต่างจากโรงพยาบาลธรรมดาอย่างไร อาจารย์มู่อธิบายว่ารักษาโรคตามแบบโบราณของเววูเอ๋อร์ คนไข้จะเป็นชนเผ่าอะไรก็ได้ ชำนาญในด้านการรักษาโรคผิวหนัง อาจารย์มู่บอกว่าแต่ละชนเผ่ามีวิธีการรักษาของเขาเอง ผ่านสุเหร่า สวนสาธารณะหงชาน แม่น้ำอูหลู่มู่ฉี ถึงพิพิธภัณฑ์ซึ่งเคยเป็นค่ายทหารในสมัยราชวงศ์ชิง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์มาคอยรับ อธิบายว่าการจัดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ คือ
1. ประวัติศาสตร์
2. โบราณวัตถุและมัมมี่

(น.280)
3. ชนกลุ่มน้อย
4. พุทธศาสนาและภาพฝาผนัง
เราดูพิพิธภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ผู้อำนวยการอธิบายคร่าวๆ ทั่วไปเกี่ยวกับซินเกียง ของบางชิ้นที่แสดงรู้สึกว่าจะเป็นของจำลอง เพื่อแสดงให้เห็นเป็นวิวัฒนาการตั้งแต่มนุษย์ปักกิ่ง สิ่งของต่างๆ ที่พบที่กาชการ์ เครื่องมือที่ใช้สำหรับจุดไฟในสมัยหิน ชั้นดินที่มีร่องรอยการใช้ไฟมนุษย์สมัยหินใหม่ประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว เรื่องประวัติความเป็นมาของซินเกียง (เรื่องกลุ่มชนสมัยโบราณที่ติดต่อกับจีน) วัตถุสมัยหินใหม่ เช่น อาวุธเล็กๆ อย่างหัวธนูที่ทำด้วยหิน เครื่องมือที่ใช้ทำหัวธนู โม่ต่างๆ เครื่องสีข้าว (จำลองเล็กๆ) ขวานหิน เครื่องปั้นดินเผา แกนปั่นด้าย เศษผ้าขนสัตว์ที่พบที่ฮามี เครื่องใช้ทำด้วยสำริดและเหล็กยุคหินใหม่ที่พบที่ฮามีเช่นกัน ภาพจำลองจากภาพเขียนบนหินที่เขาเทียนซาน เขาอัลไต และเขาคุนลุ้น เป็นภาพฟ้อนรำ ยิงธนู สุนัขที่ใช้ล่ากวาง ช่วงต่อไปเขาเรียกว่าเป็นสังคมทาส แสดงให้เห็นเครื่องมือสำริดพบที่อีลี่ รูปวงกลมสำริดอาจจะเป็นเครื่องประดับใช้คล้องคอ แสดงฐานะอำนาจ อาจารย์สารสินเดินบ่นว่าอันโตขนาดนี้ไม่น่าใช้สำหรับคล้องคอคนเลย น่าจะใช้สำหรับคล้องวัวมากกว่า ได้ความว่าหนัก 4 กิโลกรัม เครื่องปั้นดินเผาไม่มีลวดลาย ของที่พบที่ทาชเคอร์คาน (ติดกับปากีสถาน) เป็นเครื่องสำริดของจากอีอู่ ทู่หลู่ฟัน หูถูปี ที่ทู่หลู่ฟันมีเครื่องปั้นเขียนสีตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์กาล ของที่พบที่หนานซาน อูหลู่มู่ฉี มีเหมืองทองแดง ทางพิพิธภัณฑ์เขาวิเคราะห์สำริดว่าผสมด้วยอะไรบ้าง เครื่องมือต่างๆ มีหม้อหุงข้าว เครื่องมือทำอาหาร มีด ผ้าขนสัตว์ เครื่องมือที่พบในหลุมศพตั้งแต่


(น.281) รูป 176. ในพิพิธภัณฑ์ มีส่วนที่แสดงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในซินเกียง
Exhibition of cultures and ways of life of the minority groups in Xinjiang.

(น.281) ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์กาล มีเครื่องประดับเป็นพวกลูกปัดและโมรา มีการเปรียบเทียบเทคนิคการทำขวานหินของอารยธรรมต่างๆ ต่อไปเป็นสังคมศักดินา จำลองภาพจางเชียนไปตะวันตก ภาพตุนหวงอีกห้องเป็นหนังสือไม้ไผ่ในราชวงศ์ฮั่นกล่าวถึงการปกครองตะวันตกมีตราของข้าหลวงใหญ่แต่ละคน มีชื่อและปีที่ดำรงตำแหน่งกำกับ ในสมัยฮั่นตะวันออกมีข้าหลวงที่เป็นคนพื้นเมือง เงินตราสมันฮั่นตะวันออกมีอักษรจีน


(น.282) รูป 177. เต็นท์ (Yurt) ของเผ่าเววูเอ๋อร์
Uighur's yurts (a type of tents typical to these people.)

(น.282) และอักษรขโรษฐิ กลไกธนูเจอที่ลบนอร์ ตราสำหรับการดูแลที่นา กระเบื้องหลังคา กระเบื้องเชิงชาย หมวกสมัยราชวงศ์ฮั่น ผ้าขนสัตว์ พรม ของที่พบที่เหอเถียนในสมัยราชวงศ์ถัง ของเครื่องใช้ชนกลุ่มน้อยสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก พัดสำหรับพัดเวลาย่างอาหาร ของที่พบที่อีลี่เป็นเครื่องมือไถนา ของที่พบที่ทะเลทรายตากลามากัน มีภาพพิมพ์ทางพุทธศาสนา

(น.283) เครื่องประดับ หวีเสนียด แป้ง กระจก จารึกภาษาขโรษฐิ เครื่องอัดลมสำหรับถลุงเหล็ก จารึกในภูเขา เขียนถึงความเป็นมาในการสร้างถนน ที่ราบทาริมถึงเมืองคูเชอ หยกเหอเถียนพบในมณฑลเหอเป่ย ของจากวัฒนธรรมเกาชาง มีหนังสือเขียนบนติ้วไม้ไผ่จากลบนอร์ บัญชีของที่ไว้ในหลุมศพ ม้าไม้เขียนสีจากสุสานอัสตาน่า สมัยราชวงศ์ถังมีหนังสือเกี่ยวกับการขึ้นศาล สำมะโนครัวสมัยราชวงศ์ถัง คูปองรับข้าวสารปันป่วน ท่อน้ำ รองเท้า แว่นตาสำหรับป้องกันทรายสมัยก่อน ภาพวาดในผ้าแพร เครื่องจักสาร เครื่องเขินของเปอร์เซีย ขนมต่างๆ สมัยก่อน พู่กัน ดอกไม้ทำด้วยผ้าแพร นี่ก็เป็นของแปลกมาก ข้าพเจ้าเพิ่งทราบว่าสมัยโน้นก็มีการทำดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยผ้า ทำได้สวยงามละเอียดมาก มีหนังสือโครงกลอนของหลี่ไป๋ ตู้ฝู่ แผนผังแสดงเส้นทางของพระถังซำจั๋ง มีเศียรของประติมากรรมทำด้วยปูนปั้น ซึ่งแปลกที่หน้าตาเป็นฝรั่ง สิ่งของที่แสดงวัฒนธรรมอิสลามของเผ่าเววูเอ๋อร์ เช่น คัมภีร์โกหร่าน แสดงให้เห็นว่าสมัยเดียวกันกับที่มีการนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาอื่นๆ ก็คงมีอยู่ เช่น มานีเคียน พุทธ คริสต์นิกายเนสโตเรียน ในสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิงมีเสื้อเกราะจากฮามี เครื่องหยกจากเหอเถียน แกะสลักส่งไปเป็นสินค้าที่ภาคกลาง ที่เรียกกันสมัยนั้นว่าจงหยวน (ตงง้วน) สมัยราชวงศ์ชิงมีการทำแผนที่ภาคตะวันตก จักรพรรดิเฉียนหลงยกกองทัพมาปราบ เครื่องมือพิมพ์ผ้า โต๊ะวางหนังสือ มีพจนานุกรม 5 ภาษา เครื่องดนตรีชนิดต่างๆ อีกห้องแสดงมัมมี่ มีมัมมี่สารพัดชนิด มัมมี่อายุ 4,000 ปีจากโหลวหลาน ของที่พบในหลุมมีมัมมี่แบบนอนคุดคู้ไม่เหยียดยาว มัมมี่เด็ก รูปสภาพที่พบมัมมี่ ข้าพเจ้าพยายามดูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะถึง

(น.284) แม้ว่าข้าพเจ้าจะชอบเรื่องผีแต่ก็ไม่ได้ชอบมัมมี่ คงจะติดนิสัยจากคุณยายของข้าพเจ้า ตอนที่ไปดูพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียม แผนกอียิปต์ คุณยายถอดแว่นจะได้มองมัมมี่ได้ไม่ชัด เรื่องสุดท้ายที่ดูคือห้องแสดงวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ในซินเกียง แสดงขนบประเพณี เต็นท์ที่พักที่เรียกว่าเยิต มีเผ่าเววูเอ๋อร์ คาซัก หุย แมนจู มองโกล รัสเซีย ตาตาร์ ทาจิค อูซเบก เป็นต้น กลับไปรับประทานอาหารกลางวัน (แบบกันเอง) ที่บ้านพักรับรอง ช่วงบ่ายเราจะเดินทางไปเมืองข่าชือ หรือกาชการ์ แต่จะแวะโรงงานทำเสื้อขนสัตว์เสียก่อน ข้าพเจ้านั่งรถไปกับอาจารย์มู่ มีคุณหลิวเป็นคนช่วยแปล อาจารย์เล่าเรื่องการเข้ามาของศาสนาอิสลาม ไปถึงโรงงานผู้จัดการโรงงานกล่าวต้อนรับ เล่าถึงกิจการว่าบริษัทมีผลิตภัณฑ์ผ้าขนสัตว์ รวมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นและฮ่องกง มีโรงงานอยู่ 4 แห่ง มีสาขา 1 แห่ง พนักงานทั้งหมดมี 2,500 คน สาขาที่ฮ่องกงจะเป็นผู้ขาย คนงานประกอบด้วยคนกลุ่มน้อย 12 กลุ่มชน 12% ของคนงานเป็นคนกลุ่มน้อย โรงงานนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1980 ดำเนินกิจการมาเกือบ 10 ปีแล้ว ได้ผลิตสินค้าไปขายในยุโรป เอเชีย อเมริกา รวม 14 ประเทศ มีสหรัฐ ญี่ปุ่น อิตาลี แคนาดา โซเวียต ฮ่องกง เป็นต้น ในประเทศก็ขายในห้างสรรพสินค้า 175 แห่ง ใน 29 มณฑล ขายได้คล่องดีมากจนผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด กำไรสุทธิเพิ่มปีละ 53% จะเอากำไรที่ได้มาขยายกิจการต่อ เดินดูกิจการ มีห้องย้อม ใช้เครื่องจักรญี่ปุ่น ใช้เส้นขนสัตว์มาย้อมสี สีทำจากสวิตเซอร์แลนด์และญี่ปุ่น เครื่องเหล่านี้เป็นเครื่องอัตโนมัติ แต่


(น.285) รูป 178. ชั้น 3 มีห้องแสดงผลิตภัณฑ์
There is an exhibition chamber displaying the products on the third floor.

(น.285) ขนสัตว์ที่ใช้เป็นขนสัตว์ที่ผลิตในซินเกียงทั้งหมด นอกจากขนแกะแล้วยังมีขนแพะภูเขาซึ่งเป็นของแพงมาก ใช้ทำผ้าขนสัตว์แบบแคชเมียร์ได้ วิธีการผลิตจะซื้อลิขสิทธิ์มาจากญี่ปุ่นเลย เส้นขนสัตว์เป็นของดีไม่ขาดง่าย การทอควบคุมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โรงงานนี้ควบคุมอุณหภูมิในทุกฤดูกาล ฉะนั้นจะรักษาคุณภาพได้ไม่เปลี่ยนแปลง แผนกผลิตเสื้ออยู่อีกแห่งหนึ่ง มีเครื่องจักรทอเสื้อควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เช่นกัน ชั้นที่ 6 มีการผลิตเสื้อผ้าโดยใช้มือ ห้องออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ชั้น 5 แสดงการเย็บผ้าต่อเป็นเสื้อ ใช้เครื่องจักรไต้หวันและอิตาลี ชั้น 3 มีห้องโชว์ผลิตภัณฑ์ ทางโรงงานบอกให้เลือกหนึ่งตัว ข้าพเจ้าเลือกไม่ถูก คุณหลิวแนะนำว่าให้เปียนเหมยเลือกซิ ก็ดีเหมือนกัน เสื้อเขาสวยๆ ทั้งนั้น

(น.286) เปียนเหมยเขาเลือกให้ข้าพเจ้าตัวหนึ่ง ข้างล่างเป็นห้องที่เขาขายสินค้าของโรงงาน ก่อนออกไปเลี้ยงผลไม้และกาแฟ จากโรงงานไปสนามบินเพื่อเดินทางไปกาชการ์ คราวนี้เขาจัดเครื่องบินลำใหญ่ มีที่นั่งห้องพิเศษข้างหน้า ข้าพเจ้านั่งกับครูกู้ อาจารย์มู่ คุณจูหม่าหง (วิเทศสัมพันธ์ซินเกียง) ท่านทูตเตช คุณติ๋ม อาจารย์สารสิน และท่านที่ปรึกษาเช่า คุณจูบอกว่าเขาเองเรียนภาษาจีนเมื่ออายุ 20 ปีแล้ว ก็ยังเรียนได้ ตอนหลังข้าพเจ้าไม่ได้นั่งที่เก้าอี้นั่ง ไปยืนดูวิวทางฝั่งที่อาจารย์สารสินนั่ง เพื่อมองเทียนซานจากทางอากาศ ไปถึงที่เมืองกาชการ์ นาฬิกาของเราบอกเวลา 20.30 น. แล้วแต่ก็ยังสว่างแจ้ง มีท่านผู้ตรวจราชการ (Commissioner) เป็นผู้ใหญ่ท่าทางใจดี พวกเราทุกคนจึงพร้อมใจกันเรียกว่าคุณลุง นายกเทศมนตรี และเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์คอยรับ คุณลุงพาขึ้นรถ ดูแล้วที่กาชการ์นี้ผิดกับที่อื่นๆ ที่ผ่านมาคือจะมีความเขียวมากกว่าที่อื่น คุณลุงอธิบายว่าเป็นเพราะอากาศที่นี่อบอุ่นกว่าที่อูหลู่มู่ฉี พืชพันธุ์จึงไม่เหมือนกัน เช่นข้าวสาลีที่นี่จะเก็บเกี่ยวได้ในวันที่ 10 มิถุนายน เร็วกว่าแถบอูหลู่มู่ฉีกว่าเดือน นอกจากนั้นยังมีผลไม้เช่นสาลี่ มีข้าวโพด ฝ้าย และแม้แต่ข้าวเจ้า แล่นรถผ่านแม่น้ำโทมาร์ซึ่งไหลมาจากภูเขาเทียนซาน ผ่านสุเหร่า หอนาฬิกา จัตุรัส สวนสาธารณะ ทะเลสาบแล่นไปตามถนนซึ่งมีต้นหลิวปลูกอยู่สองข้าง เข้าไปถึงบ้านพักรับรองของรัฐบาลคุณลุงพาเข้าไปส่งถึงห้องพัก

Next >>